5 ทริค จัด ดนตรี กับ อาหาร/เครื่องดื่ม ให้ลงตัว

     เชื่อว่าคงมีใครเคยไปงานเลี้ยงแล้วเจออาหารแนวนึง , ดนตรีอีกแบบนึง , เครื่องดื่มก็ต่างไปอีกคนละทิศละทางทำให้งานที่น่าจะดีเกือบจะพัง 
     ซึ่งจริงๆแล้วทุกคนสามารถจัดงานเองแล้วให้ออกมาดีได้ค่ะ  ถ้ามีความเข้าใจนะคะ
     ย้อนไปตอนช่วงที่เราทำงานโรงแรม 5 ดาว ทุกที่จะมีแผนกที่ชื่อว่า F&B หรือ Food and Beverage อาหาร/เครื่องดื่ม นั่นเองค่ะ  เวลามีโปรโมชั่นอาหารใหม่ๆ คนดนตรีต้องรู้  , และ นักดนตรีมีหน้าที่ต้องให้ความเห็นเกี่ยวกับอาหาร/เครื่องดื่มในบางโปรโมชั่นด้วยค่ะ  แถมยังประชุมเกือบทุกวันในการทำงานจึงประสานเข้ากันได้ดีตลอด


    พอเราหยุดทำงานประจำมาทำงานสายอีเว้นท์  ในการจัดงานเลี้ยง , แต่งงาน หรือ อีเว้นท์ ก็ยังคงมีอาหาร/เครื่องดื่ม  แต่ที่แตกต่างไป คือ งานเหล่านี้กลับไม่ค่อยมีใครประสาน 2 ส่วนนี้เข้าด้วยกันค่ะ  หรือ ถ้ามีก็เป็นส่วนน้อยมาก  

    ต่อไปนี้เป็นข้อสังเกตุจากประสบการณ์  ที่หากท่านได้รู้เรื่องนี้จะทำให้งานที่จัดราบรื่นดีขึ้นค่ะ

     1. ลำดับการออกมาของอาหารชุดแรก  เหมือนเป็นการเปิดโต๊ะเรียกผู้ร่วมงานมานั่ง  ควรมีดนตรีก่อนช่วงนี้สัก 20-30 นาทีค่ะ  เพราะดนตรีจะเป็นการเรียกคนมานั่งโดย Sense ธรรมชาติอยู่แล้ว  หรือ บางงานจะเปิดดนตรี/อาหารพร้อมกัน  แต่ผู้ร่วมงานอาจจะมาทีหลังซึ่งทำให้อาหารที่เสิร์ฟเย็นลงดูไม่สดใหม่

     2. อัตราความเร็ว-ช้า ของจังหวะดนตรี  มีผลต่อการรับประทานอาหารที่ช้า หรือ เร็ว เป็นกลไกธรรมชาติอยู่แล้วค่ะ  ฉะนั้นท่านต้องทราบ Concept ในการใช้ช่วงเวลาจัดงานของท่านเองค่ะ  ยกตัวอย่างเช่น  

-> ถ้าอยากให้ผู้ร่วมงานค่อยๆรับประทานช้าๆคุยกันไปเรื่อยๆให้เล่นเพลงช้าค่ะ , 

-> ถ้าอยากให้จัดงานให้กระชับเวลา. ให้ผู้ร่วมงานรับประทานเร็วขึ้น  ให้เล่นเพลงจังหวะกลางๆ ขึ้นไป 

-> ถ้าหลังพิธีแล้วอยากรีบเก็บงานให้เปิดเพลงคลอเบาๆ , ไม่ต้องเล่นสด หรือ ถ้าจะเล่นสดให้เน้นบรรเลง  เพราะเพลงที่มีคำร้องจะทำให้แขกอยู่นานขึ้นค่ะ  

        3. การเสริฟของอาหารเมนูสุดท้ายของงานจะเป็นเหมือนการส่งแขกค่ะ  เพราะฉะนั้นให้กำหนดเวลาการเสริฟอาหารเมนูสุดท้ายให้อยู่หลังพิธีการทั้งหมด  เพราะงานส่วนมากที่พบคือถ้าเสริฟหมดแขกกลับค่ะ  ดนตรีช่วงปิดนี้สามารถเปิดจากแผ่นคลอเบาๆได้ค่ะ  เพราะถ้าดนตรีช่วงปิดท้ายเป็นดนตรีสด  ท่านที่จะต้องเก็บงานจะเก็บงานได้ช้าเพราะแขกไม่ยอมกลับค่ะ  

        4. ถ้างานเป็นแนวดื่มค็อกเทล , ไวน์ ให้เน้นเล่นดนตรีสดเพลงแจส ค่ะ  , ถ้าเสริฟเหล้า,เบียร์ที่มีราคาสูงให้เน้นเพลงคันทรี่ หรือ สากลเก่า , ไทยร่วมสมัย  ... เพราะอาหาร/เครื่องดื่ม กับ ดนตรี จะต้องเป็น Theme เดียวกัน  อะไรก็ตามที่ไม่เข้ากันจะทำให้ผู้ร่วมงานมองว่าผู้จัดไม่มีความรู้ หรือ ถ้าแรงกว่านั้นก็จะถูกมองว่าไม่มีรสนิยม ค่ะ  

      5. งานที่มีช่วงกิจกรรมต่างกันหลายช่วง เช่น มีเปิดก่อนเข้างานเป็นค๊อกเทล, ไวน์ .. ถัดมาเปิดเข้าโต๊ะอาหารเสิรฟข้าว,เหล้า,เบียร์ -> สามารถใช้ดนตรีแบบเดียวแต่เล่นเป็น 2 แนว เริ่มแจส แล้วต่ออีกช่วงเป็น คันทรี่/สากลเก่าได้ ... หรือ เปลี่ยนวงดนตรีในแต่ละช่วงไปเลยก็ได้เพื่อการเปลี่ยน Theme ช่วงเวลาในงานที่ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ 


อาหาร และ ดนตรี บางงานที่มีการให้เขียน Comment  2 เรื่องนี้จะเป็นหัวข้อหลักๆที่จะทำให้ท่านได้รับคำชมหรือไม่  พอสรุปงานท่านผู้จัดจะเจอฟีดแบคก็ตอนที่ทุกอย่างเสร็จไปแล้ว  ทุกสิ่งที่บอกเล่านี้จึงเป็นข้อสังเกตุจากความห่วงใยนะคะ  ถ้าจัดงานจบแล้วอะไรที่ผิดพลาดจะเรียกคืนไม่ได้ค่ะ  เพราะฉะนั้นท่านมีทางเลือกคือตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมการที่มีความละเอียดรอบคอบ , ลดความเสี่ยง , หาข้อมูลให้รู้จริงในสิ่งที่ทำนั่นเองค่ะ  ดีได้ทุกอย่างถ้าวางแผนมาดีตั้งแต่ต้นนะคะ

ขอให้มีความสุขในทุกๆปาร์ตี้และอีเว้นท์ค่ะ  

(เครดิตรูปภาพ Cr pics : Pinterest.com)