11 ข้อผิดพลาดเกี่ยวกับการใช้ดนตรีงานแต่ง (รู้ไว้จะได้ไม่พลาด !)

อย่าทำผิดพลาดเกี่ยวกับดนตรีงานแต่งของคุณ ! ดนตรีเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของวันพิเศษของคุณ .   เป็นที่แน่นอนว่าคุณไม่ต้องการให้เป็นเรื่องยุ่ง . และ ข้อควรระวังเหล่านี้จะช่วยคุณได้ค่ะ   

11 ข้อผิดพลาดเกี่ยวกับการใช้ดนตรีงานแต่ง (รู้ไว้จะได้ไม่พลาด !)

เครดิต ภาพ : http://www.sharaleeprangphotography.com/tag/grand-piano

 1. เลือกดนตรี โดย ไม่ศึกษาข้อมูล !
การเปรียบเทียบ และ ดูข้อมูลนักดนตรี , นักร้อง หรือ วงดนตรี  ยิ่งดูมากจะยิ่งทำให้คุณรู้ด้วยตัวเองว่าแบบไหนบ้างที่จะเข้ากันได้กับคุณ และ ผู้ร่วมงานของคุณ  ไม่ว่าคุณจะมีงบประมาณเท่าไหร่ ? คุณก็สามารถมีดนตรีที่ดีได้ถ้าคุณมีข้อมูลมากพอ 
( ส่วนใหญ่  คนที่ผิดพลาดเรื่องนี้ คือ คนที่ไม่เลือก หรือ เลือกเปรียบเทียบน้อยเกินไป )


 2. เริ่มเปิดงานด้วยความเงียบ

แขกส่วนใหญ่จะมาถึง 20 ถึง 30 นาทีก่อนพิธีเริ่ม  แต่การรอจะดูนานกว่านี้ถ้าผู้ที่มาร่วมงานต้องรออย่างเงียบ ๆ  คุณควรจองนักดนตรีเพื่อเริ่มต้นไม่น้อยกว่า 30 นาทีก่อนที่คุณจะเริ่ม
ประโยชน์ของการมีดนตรีสด : การมีดนตรีก่อนและระหว่างพิธีจะช่วยส่งสัญญาณให้แขกรู้ว่าถึงเวลาที่จะต้องนั่ง  , เงียบหรือ เข้าสู่พิธีการ 
( ส่วนใหญ่ คนที่พลาดเรื่องนี้ คือ คนที่ปล่อยงานให้มีช่วงเงียบบ่อย และ ทำให้งานไม่ต่อเนื่อง )

3. ทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของพิธี ! ด้วยเพลง หรือ ดนตรี ที่เลือกมาแบบไม่คัดครอง

กรณี บางคนที่จัดงานแต่งงานร่วมกับพิธีทางศาสนา  ไม่ว่าจะเป็นศาสนาใดก็ตาม  ควรศึกษาประเพณีของศาสนานั้นๆ  ว่ามีข้อควรปฏิบัติเรื่องนี้หรือไม่ . บางศาสนาในช่วงทำพิธีแต่งงานจะไม่มีการเล่นเพลงทางโลก  หรือ หลายประเพณีจะไม่ให้มีการเล่นเพลงที่แสดงความหมายเกี่ยวกับความรักในทางลบ  ... ถ้าคุณเลือกดนตรีมาผิด หรือ ไม่คัดกรอง . เมื่อการเล่นดนตรีนั้นผ่านไปแล้ว  คุณก็ไม่สามารถจะเอาคืนหรือแก้ไขได้

4. มองข้ามการทดสอบเสียง ( ไม่ Sound Check) 

ในบางพื้นที่อาจจะมีอุปสรรค  หรือ ข้อจำกัด (เช่นแหล่งจ่ายไฟการขยายเสียง หรือ ข้อจำกัด เรื่องช่วงเวลาของวัน,สถานที่)  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานที่จัดงานของคุณ  ถึงแม้จะไม่มีกฎระเบียบ  แต่ก็ยังเป็นความคิดที่ดีที่จะถามผู้จัดการสถานที่ของคุณว่า  เคยมีอุปสรรคแบบไหนเกิดขึ้นบ้าง ? และ คุณต้องเตรียมรับมืออย่างไร ?
มืออาชีพด้านดนตรีจะช่วยได้ : มืออาชีพสามารถช่วยจุดบกพร่อง และ แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ยากลำบากด้วยการตรวจสอบเสียง
( ส่วนใหญ่คนที่พลาดเรื่องนี้ คือ ไม่เตรียมรับสถาณการณ์  หรือ รู้เท่าไม่ถึงการณ์  ไม่คำนึงถึงอุปสรรคจึงไม่ได้เตรียมทางแก้ไข )

5. รอจนถึงวันแต่งงานจึงจะได้คุยกับนักดนตรีของคุณด้วยตนเอง

คุณควรระบุเพลงที่มีความหมายและสำคัญกับคุณที่คุณต้องการ  บอกนักดนตรี/วงดนตรีของคุณก่อนวันแต่งงานอย่างน้อย 1 เดือน  เผื่อถ้านักดนตรีจะต้องแกะเพลงเพิ่มให้คุณ  หรือ คุณต้องการเซอร์ไพร้ส์เจ้าบ่าว/เจ้าสาว หรือ เซอร์ไพร้ส์พ่อแม่ของคุณ  . สิ่งเหล่านี้ควรเตรียมการวางแผนแต่เนิ่นๆ  เพื่อไม่ให้คุณพลาดเพลงที่สำคัญไป 
( ส่วนใหญ่คนที่พลาดเรื่องนี้ คือ คุยกันช้าไปปล่อยเวลาให้ล่วงเลยจนเตรียมการไม่ทัน )

6. ลืมถามนักดนตรี / นักร้อง ว่าเพลงนี้คุณเล่นได้ไหม ? ( มันอาจจะยากไป หรือ ไม่ใช่แนวที่เล่น )

นักดนตรี / นักร้อง มีความแตกต่างกันในแต่ละแนว  ก่อนจ้างคุณควรจะ List รายการเพลงออกมาถามว่าเล่น/ร้องได้ไหม ? ให้เค้าตอบยืนยันว่าได้ทั้งหมดแล้วจึงทำการคอนเฟิร์มจ้างดนตรี
( ส่วนใหญ่คนที่พลาดเรื่องนี้ คือ วางมัดจำก่อน แล้วค่อยมาถามทีหลัง  จะทำให้พลาดบางเพลงที่สำคัญไป )

7. เสียงดนตรี/เพลงดังจนแขกในงานคุยกันไม่รู้เรื่อง

ถ้าผู้ร่วมงานอย่างน้อย 1 โต๊ะ  เริ่มจะต้องตะโกนคุยกันแล้ว  หมายความว่าโต๊ะอื่นๆก็จะเป็นแบบนั้นด้วย  กลายเป็นส่วนมากต้องคุยกันเสียงดังมากๆเกินปกติ  การจัดระดับเสียงของดนตรีและเพลงในงานจึงมีความสำคัญ  มืออาชีพที่ทำงานด้านนี้จะทราบดี  ให้คุณเลือกคนที่เข้าใจว่างานแบบนี้จะต้องใช้ระดับเสียงเท่าใดเพื่อให้ฟังสบาย และทุกคนมีความสุขตลอดงาน

8. (ในกรณีมีพิธีเปิดฟลอร์เต้น) เลือกเพลงเปิดฟลอร์เต้นรำเพลงแรกที่ยาวเกินไป

คุณอาจทำทุกอย่างกร่อยลงเพราะการเริ่มเปิดฟลอร์เต้นด้วยเพลงที่ยาวเกินไป  (การเปิดฟลอร์เต้นรำ  เพลงแรกจะเป็นเฉพาะเจ้าบ่าว/เจ้าสาว  และคนอื่นๆจะได้เต้นในเพลงต่อๆไป)  ความยาวเพลงเต้นเปิดฟลอร์ที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 3-5 นาที  เป็นความยาวของเวลาที่พอเหมาะ 

9. ไม่ได้แยกลำดับความสำคัญของเพลงที่สำคัญจำเป็นต้องเล่นเป็นหลัก หรือ รอง 

จะทำให้คุณพลาดเพลงที่สำคัญต่องานไปโดยใช่เหตุ  ที่คุณควรทำ คือ แยก Play list รายการเพลงเป็น 2 ส่วน  โดยแจ้งนักดนตรี/วงดนตรี หรือ DJ ของคุณว่า ... 
1.) ส่วนหลัก คือ รายชื่อเพลงหลักที่ต้องมี  อาจเป็นเพลงใช้ในพิธี หรือ เป็นเพลงที่สำคัญมากๆกับงานของคุณ  ในลิสต์เพลงหลักนี้ไม่สามารถขาดเพลงใดเพลงหนึ่งไปได้
2.) ส่วนรอง คือ เพลงที่คุณชอบ แต่ให้เล่นภายหลังจากที่เพลงหลักทั้งหมดได้รับการเล่น หรือ เปิด แล้ว  ตามที่เวลาจะมีเหลือ  ในรายการเพลงรองนี้ ถ้าขาดเพลงใดไปก็ไม่เป็นไร

10. แนวเพลง หรือ ดนตรี ที่มีความหมายไม่สุภาพ

แนวเพลงแบบนี้ควรแยกออกไปอยู่หลังพิธี  รอให้แขกที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ หรือ เด็กเล็ก ได้กลับออกไปหมดเสียก่อน  จึงมีคำเรียกว่า After Party แยกช่วงให้ชัดเจนเป็นการดี 

11. ยึดติดอยู่กับความคิดแนวเดียว 
การยึดติดอยู่กับความคิดของตัวเองคนเดียวโดยไม่มองให้รอบด้าน  เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบบ่อย  คุณต้องไม่ลืมว่าในงานแต่งงานมีผู้คนหลากหลาย  และการดูแลผู้คนให้ได้มีความสุขกับเสียงเพลงที่ได้ฟังครอบคลุมเกือบทั้งหมดเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณา  ซึ่งไม่ได้ยากเกินไป  เพียงแค่เลือกคนทำงานดนตรีที่มีความเข้าใจ และ ดูแลผู้ร่วมงานทุกเพศทุกวัยได้อย่างทั่วถึง  
ข้อสังเกตุการใช้ดนตรี : อย่าลืมนึกถึง พ่อแม่ และ เพื่อน ๆ ของคุณด้วย  ว่าแนวเพลงแบบใดที่ท่านเหล่านั้นจะรู้สึกดีด้วยได้

( จากผู้แปล : ดิฉันหวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยเติมเต็มให้คุณจัดงานได้ดีขึ้น  และ ทุกคนมีความสุขมากขึ้น )

เครดิต ข้อมูล : https://www.theknot.com/content/top-9-wedding-music-mistakes