ดนตรี กวี และ ตัวตน (โคเค่ เดรกซ์เลอร์)

คืนหนึ่งในปี ค.ศ. 2002 เพื่อนของโฆเฆ่ เดรกซ์เลอร์ ให้เนื้อเพลงกับเขา และให้โจทย์เขาให้แต่งเพลงที่เหลือ ด้วยบทกลอนที่ซับซ้อนเรียกว่า Décima ในการสนทนานี้ เดรกซ์เลอร์ได้วิเคราะห์ความที่เอกลักษณ์จากที่ต่าง ๆ ผสมผสานกันรวมเป็นความเป็นมาของ Décima กับภารกิจของเขาในการแต่งกลอนนั้นขึ้นมา เขาจบการสนทนาด้วยการแสดงเพลงที่เกิดจากโจทย์นี้ "Milonga ของแขกมัวร์นับถือยิว" (La Milonga del Moro Judío)



ผมจะเล่าความเป็นมาของเพลง เพลงหนึ่ง เรื่องเริ่มขึ้น คืนหนึ่งในเมืองมาดริด ปี ค.ศ. 2002 ผมคุยกับครูที่ผมสนิท โฆอาควิน ซาบีน่า ตอนที่เขาให้สิ่งหนึ่งกับผม

00:13
เขาพูดว่า ฆอร์เฆ ช่วยแต่งเพลงจากกวีบทนี้หน่อย จดไว้สิ ผมมองหารอบโต๊ะ แต่เจอแค่กระดาษรองแก้วกลม ๆ ที่ผมจดบทกวี ตามที่ครูผมบอก มี 4 บรรทัด เนื้อความตามนี้ :

00:27
ฉันคือแขกมัวร์นับถือยิว อยู่ท่ามกลางคริสเตียน ฉันไม่รู้ ใครคือพระเจ้าของฉัน ฉันไม้รู้ ใครคือพี่น้องฉัน


00:36
บทกวีนั้นส่งผลอย่างมากกับผม ผมเลยบอก "มันสวยงามมาก ครูแต่งเองหรือเปล่า" ครูตอบว่า "ไม่" ครูเอามาจากนักประพันธ์อีกคน เขาชื่อว่า ชิโช ซานเชซ เฟร์โลซิโอ ไม่ดังเท่าครูของผม แต่ก็เป็นนักประพันธ์ที่ดีมากคนหนึ่ง ผมมาเจอเนื้อเพลงนี้ ตอนที่ผมอยากบอกสิ่งที่เก็บไว้มานาน แต่ไม่รู้จะแสดงออกมายังไง


00:57
ผมกำลังจะกลับบ้านไปแต่งเพลงต่อ แต่เขารั้งผมไว้ "เดี๋ยวก่อน ๆ" เขาให้โจทย์ผมมาอีกข้อหนึ่ง ให้เขียนเนื้อเพลง แบบ Décima (กลอนแปดแบบสเปน) ตอนนั้นของชีวิตผม ผมยังไม่แน่ใจเต็มร้อยว่า Décimas เป็นยังไง แต่ผมอาย ไม่กล้าบอกครูว่าผมไม่รู้ ผมเลยทำหน้าเหมือนผมเข้าใจ เนียนที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วกลับบ้านไปต้นคว้าเรื่อง Décima ผมศึกษามาว่า Décima คือกลอนแบบหนึ่ง ที่มีแค่ในภาษาสเปน และมันมีอยู๋ 10 วรรค มันซับซ้อนมาก ๆ อาจเป็นรูปแบบที่ซับซ้อนที่สุด ในภาษาสเปน มันยังมี วันเดือนปีเกิดที่ชัดเจน ซื่งไม่น่ามีโครงกลอนประเภทไหนที่มี


01:44
Décima เกิดขึ้นในสเปน ปี ค.ศ.1591 โดยชายคนหนึ่ง เขาชื่อว่า บินเซนเต้ เอสปิเนล นักดนตรีและกวีจาก มาลากา และด้วยความบังเอฺิญ เขายังเป็นคนที่ เพิ่มสายที่หก ให้เครื่องดนตรี ที่จะพัฒนาเป็นกีตาร์สเปน สายนี้ล่ะครับ -- มันชื่อว่า "Bordona"


02:06
Décima ที่มี 10 วรรคเผยแพร่ออกจากสเปน ข้ามน้ำข้ามทะเลไปทวีปอเมริกา พร้อม ๆ กับกีต้าร์สเปน แต่ Décima ต่างจากกีตาร์สเปน กีตาร์สเปนยังอยู่ดีจนทุกวันนี้ ทั้งสองฟากฝั่ง ของมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ Décima ในบ้านเกิดของมัน สเปน หายไปเลย มันเลือนหายไปประมาณ 200 ปีก่อน แต่ว่า ทุกประเทศในละตินอเมริกา ตั้งแต่เม็กซิโก ลงไปถึงชิลี ดัดแปลง Décima แล้ว ยังคงมีอยู่จนถึงวันนี้ ในประเพณีที่แพร่หลายของพวกเขา


02:40
ในแต่ละประเทศ บทกลอนนี้จะมีชื่อต่างกัน และเล่นกับเพลงต่างกัน มันมีชื่อที่แตกต่างกันมาก มีอยู่มากกว่า 20 ชื่อ อย่างเช่น เม็กซิโกเรียกมันว่า "Son Jarocho," Canto de mejorana ใน ปานามา Galerón ในเวเนซุเอลา Payada ในอุรุกวัย และอาร์เจนตินา Repentismo ในคิวบา ที่เปรู พวกเขาเรียกมันว่า Décima เปรู เพราะกลอนนี้หลอมรวมเข้าไปในประเพณีของพวกเขา จนเวลาใครถามพวกเขา พวกเขาจะเชื่อสนิทใจว่า Décima ถูกคิดขึ้นในประเทศของตน


03:12
(เสียงหัวเราะ)


03:13
มันมีคุณสมบัติน่าทึ่งอีกข้อหนึ่ง ถึงแม้ว่า มันจะเติบโตโดยแยกจากกัน ในหลายประเทศทั่วโลก แต่หลังจากมันเกิดมาถึง 400 ปี มันยังคงมี สัมผัส จำนวนวรรคตอน และโครงสร้าง ที่เหมือนเดิมทุกประการ แบบที่ บินเซนเต้ เอสปิเนล สร้างขึ้น ในสเปนสมัยก่อน โครงสร้างเป็นอย่างนี้ -- ผมจะพูดแค่คร่าว ๆ แล้วพวกคุณ อาจไปศึกษามันเพิ่มเติมในอินเตอร์เน็ตก็ได้ Décima มี 10 วรรค แต่ละวรรคมี 8 พยางค์ วรรคแรก สัมผัสกับวรรคที่ 4 และ 5 วรรคที่ 2 สัมผัสกับวรรค 3 วรรคที่ 6 สัมผัสวรรค 7 กับวรรค 10 และวรรคที่ 8 สัมผัสกับวรรคที่ 9 พูดจริง ๆ มันค่อนข้างซับซ้อน แล้วผม -- นึกถึงสภาพผมตอนพยายาม แต่งเพลงเป็น Décima แต่มันก็ไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด อีกอย่าง มันน่าทึ่งมาก มันคงอยู่ ลักษณะโครงสร้างเหมือนเดิม แม้ว่าผ่านมา 400 กว่าปี มันไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น เพราะมันทำเป็นเพลงได้ดีมาก


04:16
มันมีท่วงทำนองของมันอยู่ ซื่งยากที่จากอธิบายเป็นคำพูด ผมอยากให้คุณฟังมันเองเลย ดังนั้น ผมจะท่องกลอน Décima หนึ่งในบทกลอนที่ผมแต่งมาใช้ในเพลงนี้ ซื่งผมขอให้คุณถอดหูฟัง ผมขอให้คุณสนใจแค่ทำนองของกลอนอย่างเดียว พวกคุณในห้องนี้ -- ผมเห็นพวกคุณบางคนฟังคำแปลจากหูฟังอยู่ ขอให้ถอดก่อนนะครับ


04:47
(ภาษาอังกฤษ) ถ้าคุณใส่หูฟัง ขอให้ถอดก่อนครับ


04:51
(ภาษาอังกฤษ) อย่าเพิ่งคิดถึงความหมายของมัน


04:57
(ภาษาอังกฤษ) เดี๋ยวผมให้ใส่อีกที


04:59
(ภาษาอังกฤษ และสเปน) อย่าเพิ่งคิดถึงรูปแบบของมัน


05:02
(อังกฤษ) ผมอยากให้ตั้งใจฟัง การเต้นระบำของเสียง


05:08
(สเปน) การเต้นระบำของเสียง


05:12
(ท่องกลอนภาษาสเปน) ไม่มีใครตายแล้วฉันไม่เจ็บปวด ไม่มีผู้ชนะ


05:15
ไม่มีสิ่งใดที่นี่ เว้นแต่ความทุกข์ทรมาน และอีกชีวิตที่หลุดลอย


05:20
สงครามคือโรงเรียนที่เลวร้าย ไม่ว่าคุณเห็นหน้าฉากแบบไหน


05:23
ยกโทษให้ฉันด้วย ที่ไม่อยากสู้เพื่อธงผืนใด


05:26
เพราะภาพมายาของฉันสูงค่ายิ่งกว่า ผืนผ้าที่โศกเศร้าผืนไหน ๆ


05:34
นี่ละครับ Décima


05:36
(ภาษาอังกฤษ) ใส่หูฟังได้แล้วครับ


05:38
(เสียงปรบมือ)


05:39
(ภาษาอังกฤษ) ขอบคุณครับ


05:40
(เสียงปรบมือ)


05:45
ผมชื่นชมบินเซนเต้ เอสปิเนล เพราะผ่านมาถึง 426 ปี Décima ยังคงมีอยู่มีรูปแบบเดิม


05:50
ผมแต่งกลอนแบบนี้แล้ว 3 บท ผมท่องบทที่ 2 ให้คุณฟัง ตอนผมแต่งบทแรก ผมเพิ่งเรียนรู้วิธีแต่ง จังหวะของมันมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง ผมจึงยังท่องกลอนบทนั้น ให้ฟังในตอนนี้ไม่ได้ บทที่ผมท่องให้คุณค่อนข้างดี แต่มันเกี่ยวกับอะไร อะไรคือ ความหมายหลังบทกลอนนี้


06:09
ผมเพิ่งกลับมาจาก การแสดงคอนเสิร์ตในอิสราเอล และผมสะเทือนใจกับปัญหาหนึ่ง ที่ทำให้ผมนึกถึงตัวเองอย่างมาก ความขัดแย้งอิสราเอล–ปาเลสไตน์ ผมอธิบายละกัน ครอบครัวพ่อผมเป็นคนยิว ครอบครัวแม่ผม เป็นคริสเตียนที่ไม่เคร่งนัก ผมโตขึ้นมาในบ้าน ที่มีประเพณีของสองที่อยู่ร่วมกัน โดยสงบสุข ไม่มากก็น้อย สำหรับผม เป็นเรื่องปกติที่จะเห็น ปู่ชาวยิวแต่งตัวเป็นซานตาครอส หรือคุณตาที่ไม่ใช่ยิว เข้าโบสถ์ยิวและสวมหมวก Kipa ของชาวยิว อยู่ร่วมโต๊ะเดียวกัน ในงานเลี้ยงครอบครัว ทำหน้าตาแบบเดียวกับผม ตอนที่ซาบีนาบอกผม--


06:44
(เสียงหัวเราะ)


06:45
ว่าให้เขียนกลอน Décima สำหรับผมที่โตมาในครอบครัวแบบนั้น ผมรู้สึกเจ็บปวดมาก ที่เห็นความลำบาก ของผู้ที่มีส่วนในความขัดแย้ง ที่จะลองนึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย แค่สักครู่หนึ่ง ผมจึงแต่งเพลงนี้ขึ้นมา


07:04
ตอนนี้ ผมมีเนื้อเพลง มีรูปแบบ Décima และเนื้อหา ผมต้องแต่งทำนองให้เพลง ผมจะอธิบายต่อละกัน ตอนนั้นผมเพิ่งย้ายจากอุรุกวัย บ้านเกิดผม มาอยู่ที่สเปน ตอนนั้นผมยังคิดถึงบ้านมาก เหมือนพวกคุณหลาย ๆ คนที่อยู่ไกลจากบ้าน ผมอยากใส่ความเป็นอุรุกวัยลงไปในเพลง ให้เต็มที่ มากที่สุด เพลงที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของอุรุกวัย คือ Milonga หลังจากผมศึกษา Décima แล้วรู้ว่า ทุกคนบนโลกที่ใช้มัน อ้างว่า Décima เริ่มต้นที่ประเทศของเขา เกิดขึ้นในประเทศเขา ทำให้ผมสงสัย เวลาคนบอกว่า Milonga เกิดในอุรุกวัย


07:45
จังหวะของเพลง Milonga มีลักษณะ ที่นักประพันธ์อย่างผมเรียกว่า 3-3-2


07:52
(นับจังหวะ) 1-2-3 1-2-3 1-2


07:59
และมีจุดที่เน้นเสียงที่เป็นเอกลักษณ์


08:02
(ร้องเพลง)


08:10
แต่ที่จริง ทำนองรูปแบบนี้ มาจากแอฟริกา เมื่อพันกว่าปีก่อน คุณอาจเจอทำนองนี้ ในซ่องของเปอร์เซีย และในคริสตศตวรรษที่ 13 คุณอาจเจอมันในสเปน ที่ในอีก 500 ปี ทำนองนี้ จะข้ามทะเลไปทวีปอเมริกา พร้อมทาสแอฟริกา ในขณะเดียวกันในบอลข่าน จังหวะนี้ได้ผสมผสาน กับทำนองของชาวยิปซี


08:32
(ร้องเพลง)


08:39
ซื่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเพลง Klezmer ที่ชาวยิวจากยูเครน อพยพเข้าเมืองมาอยู่ที่ ย่านบรูคลิน เมืองนิวยอร์ก พวกเขาร้องเพลงในงานเลี้ยง


08:50
(ร้องเพลง Hava Nagila)


08:57
เพื่อนบ้านของพวกเขา ชาวอาร์เจนตินาเชี้อสายอีตาลี ชื่อ อาสเตอร์ ปิอัซโซลลา ได้ยินจังหวะนั้น ซึมซับจังหวะนั้น แล้วเปลี่ยนโฉมเพลง Tango ของ ครึ่งหลังคริสตศตวรรษที่ 20 ด้วยเพลงของเขา-


09:10
(นับจังหวะ) 1-2-3 1-2-3 1-2


09:14
(ร้องเพลง Adios Nonino)


09:22
เขายังเล่นจังหวะนี้ด้วย Bandoneon หีบเพลงมีปุ่ม สร้างโดยชาวเยอรมัน สร้างขึ้นเพื่อให้โบสถ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต ให้ซื้อออร์แกนขนาดใหญ่ น่าแปลกที่สุด มันมารวมกันที่แม่น้ำ เดลาปลาตา สร้างแกนกลางสำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้น ให้กับเพลง Tango และ Milonga พร้อมกับเครื่องดนตรีอีกชิ้นที่สำคัญมาก พอกับ Bandoneon คือ กีตาร์สเปน


09:44
(เสียงปรบมือ)


09:56
ที่บินเซนเต้ เอสปิเนลเพิ่มสายเส้นที่ 6 ในคริศตศตวรรษที่ 16 น่าแปลกที่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เกี่ยวข้องกันหมด สิ่งที่ผมได้เรียนรู้หลังจาก ได้แต่งเพลงนึ้มา 15 ปี จากการได้ไปทั่วโลก กับเนื้อเพลงในกระดาษรองแก้ว ที่ผมจดในมาดริด คือทั้ง Décima เพลง Milonga บทเพลง ผู้คน-- ยิ่งคุณรู้จักสิ่งนั้นเท่าไหร้ ตัวตนของสิ่งนั้นก็ซับซ้อนมากขึ้น และคุณจะเห็นรายละเอียดยิบย่อยมากขึ้น ผมได้เรียนรู้ว่าตัวตนของสิ่งใด ๆ ก็ตาม จะลึกล้ำไม่สิ้นสุด เหมือนจำนวนที่มีไปเรื่อย ๆ ซื่งถึงคุณจะเข้าใกล้มัน มองมันลึกเข้าไป มันก็ไม่มีวันจบ


10:38
ก่อนที่ผมจะร้องเพลงให้คุณฟัง และลงจากเวทีนี้ ผมขอเล่าเรื่องสุดท้ายให้พวกคุณฟัง ไม่นานมานี้ ผมอยู่ในเม็กซิโก หลังจากคอนเสิร์ต โปรโมเตอร์ของคอนเสิร์ตรู้จักผมดี พวกเขารู้ว่าผมเป็นคนบ้ากลอน Décima รู้ว่าเวลาผมไปที่ไหนก็ตาม ผมจะดึงดันขอฟังเพลง Décima ที่นั่น พวกเขาจึงจัดงานแสดง Son jarocho ที่บ้านเขาให้ผมฟัง ถ้าคุณยังจำได้ Son jarocho เป็นเพลงแบบหนึ่ง ที่ใช้ Décima เป็นเนื้อเพลง


11:12
พอศิลปินที่ยอดเยี่ยมทั้งหลายเล่นเพลงจบ ซื่งเป็นอะไรที่ผมทึ่งมาก นี่แหละคือ Son jarocho ผมตื่นเต้นมาก เข้าไปทักทายพวกเขา ผมกำลังจะขอบคุณพวกเขา ที่ให้ของขวัญ เป็นเสียงเพลง และมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งพูดกับผม และเขาพูดด้วยความตั้งใจที่ดีของเขา เขาบอกว่า "พวกเราภูมิใจ ที่ได้มาร่วมกัน สืบสานวัฒนธรรมที่แท้จริงของพวกเรา ชาวเม็กซิโก ให้คงอยู่ต่อไป" บอกตามตรง ตอนนั้นผมไม่รู้จะตอบอะไรเลย


11:47
(เสียงหัวเราะ)


11:48
ผมยืนมองอยู่ตรงนั้น กอดเขาทีหนึ่ง แล้วก็ออกมา แต่ก็...


11:51
(เสียงหัวเราะ)


11:52
แต่เขาก็พูดถูก ใช่ไหม จริง ๆ Décima คือรากเหง้าของมัน แต่ในเวลาเดียวกัน ทั้ง Milonga และ Décima, กลายเป็นรากฐานของวัฒนธรรม ของผู้คนหลายกลู่มทั่วโลก อย่างที่เขาพูด เมื่อผมกลับถึงโรงแรม ผมคิดถึงเรื่องนี้สักพัก แล้วผมคิดได้ว่า


12:10
ทุกสิ่งดูบริสุทธิ์ ถ้าคุณมองจากระยะไกล การรู้จักรากเหง้าของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญมาก รู้จักว่าเรามาจากไหน ความเป็นมาเป็นอย่างไร แต่ในเวลาเดียวกัน สิ่งที่สำคัญพอ ๆ กัน ก็คือการเข้าใจว่า ลึก ๆ แล้ว ตัวเราทั้งหมด ไม่ได้มาจากที่เดียว แต่จากชิ้นส่วนเล็กของทุก ๆ ที่ ขอบคุณครับ


12:36
(เสียงหัวเราะ)


12:46
เพลงนี้คือ "Milonga ของแขกมัวร์นับถือยิว"


12:50
(เสียงดนตรี)


13:02
(ร้องเพลง)


13:04
ทุกกำแพงสร้างความทุกตรม ในกรุงเยรูซาเล็มสีทองอร่าม


13:12
และชีวิตนับร้อยที่เสียไป เพื่อให้บัญญัติแต่ละประการ


13:19
ฉันเป็นแค่ผุ่นในสายลมของคุณ และเลือดฉันไหลออกจากแผลของคุณ


13:27
และหินทุกก้อนในกำแพงคุณ ได้รับความรักสุดลึกล้ำจากฉัน


13:33
แต่ไม่มีก้อนหินใด ที่มีค่า มากกว่าชีวิตคน ๆ หนึ่ง


13:42
ฉันคือแขกมัวร์นับถือยิว อยู่ท่ามกลางคริสเตียน


13:49
ฉันไม่รู้ใครคือพระเจ้าของฉัน ฉันไม้รู้ใครคือพี่น้องฉัน


13:58
ฉันไม่รู้ใครคือพระเจ้าของฉัน ฉันไม้รู้ใครคือพี่น้องฉัน


14:07
ไม่มีใครตายแล้วฉันไม่เจ็บปวด ไม่มีใครเป็นผู้ชนะ


14:15
ไม่มีสิ่งใดที่นี่ เว้นแต่ความทุกข์ทรมาน และอีกชีวิตที่หลุดลอย


14:22
สงครามคือโรงเรียนที่เลวร้าย ไม่ว่าคุณเห็นหน้าฉากแบบไหน


14:29
ยกโทษให้ฉันด้วย ที่ไม่อยากสู้เพื่อธงผืนใด


14:36
เพราะภาพมายาของฉันสูงค่ายิ่งกว่า ผืนผ้าที่โศกเศร้าผืนไหน ๆ


14:45
ฉันคือแขกมัวร์นับถือยิว อยู่ท่ามกลางคริสเตียน


14:52
ฉันไม่รู้ใครคือพระเจ้าของฉัน ฉันไม้รู้ใครคือพี่น้องฉัน


15:00
ฉันไม่รู้ใครคือพระเจ้าของฉัน ฉันไม้รู้ใครคือพี่น้องฉัน


15:13
ฉันไม้เคยยอมให้ใคร ฆ่าคนในนามของฉัน


15:21
คนก็เป็นแค่คน แต่ถ้าพระเจ้ามีจริง พระองค์คงขอเช่นนั้น


15:28
พื้นดินที่ฉันเหยียบย่ำจะยังคงอยู่ เมื่อฉันจากไป


15:35
ไปยังเส้นทางสู่การถูกลืม หลักคำสอนทั้งปวง สุดท้ายจะมาร่วมทาง


15:42
และไม่มีประเทศใดเลย ที่ไม่เคยอ้างว่า เป็นผู้คนที่เทพเจ้าเลือกสรรมา


15:51
ฉันคือแขกมัวร์นับถือยิว อยู่ท่ามกลางคริสเตียน


15:58
ฉันไม่รู้ใครคือพระเจ้าของฉัน ฉันไม้รู้ใครคือพี่น้องฉัน


16:07
ฉันไม่รู้ใครคือพระเจ้าของฉัน ฉันไม้รู้ใครคือพี่น้องฉัน


16:12
ฉันคือแขกมัวร์นับถือยิว อยู่ท่ามกลางคริสเตียน


16:20
(เสียงปรบมือ)


16:21
ขอบคุณครับ


16:22

(เสียงปรบมือ)